Breaking News
Home / ประวัติวัด

ประวัติวัด

วัดสุ่งเหม้น (วัดสูงเม่น)

IMG_0222ความเป็นมา

วัดสูงเม่น สันนิฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีต่อเนื่องสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ถึงแม้ว่าจะไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด แต่ก็ถือว่าอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่างสมัยที่พม่าปกครองล้านนาและในช่วงที่ชาวล้านนาร่วมกับสมเด็จพระเจ้าตากสินขับไล่พม่า ซึ่งเป็นช่วงเริ่มมีการพลิกฟื้นอารยธรรมล้านนาให้กลับมามีบทบาทในการพัฒนาบ้านเมือง และการค้ำชูพระพุทธศาสนา ซึ่งจากหลักฐานตามประวัติของครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถรซึ่งท่านเป็นเจ้าอาวาสระหว่างปี พ.ศ. 2332-2409 ก็พบว่า มีวัดสูงเม่นมาก่อนหน้านั้นนานแล้ว

วัดสูงเม่น เดิมเรียกว่า “วัดสุ่งเหม้น” จากคำที่ปรากฏในคัมภีร์ใบลานหลาย ๆ ฉบับ โดยมีเรื่องเล่าสืบๆ กันมาว่าแต่เดิมสถานที่ตำบลสูงเม่นเป็นป่าไผ่และทุ่งหญ้า รวมถึงป่าไม้เบญจพันธุ์ มี “เม่น” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าตระกูลหมูอยู่อาศัยเป็นจำนวนมากและประกอบกับสถานที่เป็นที่ทำเลดีมีหญ้าและท่าน้ำบริบูรณ์ พวกพ่อค้าวาณิชย์และคนเดินทางในสมัยอดีตจึมักจะมาแวะพักแรมกันในบริเวณดังกล่าว จนเรียกพื้นที่ตำบลนี้ว่า “ป๋างสุ่งเม้น” การที่พวกสัตว์และ “เม่น” อาศัยอยู่รวมกันมากหรือมีเม่นมากในบริเวณนี้ คนจึงเรียกเป็นภาษาท้องถิ่นว่า “สุ่ง” ซึ่งได้ชื่อตามนิมิตของฝูงเม่นว่า “บ้านสุ่งเม้น”ที่ตั้งเดิมเป็นที่อยู่ในปัจจุบัน  ดังนี้

ทิศตะวันออก             บริเวณเหนือห้วยแม่มาน  ปัจจุบันคือหมู่บ้านท่าช้าง
(เป็นที่เลี้ยงช้างของพ่อค้า)

ทิศใต้                      บริเวณหมู่บ้านท่าล้อ (เป็นที่เลี้ยงลา และล่อ)

ทิศตะวันตก              บริเวณหมู่บ้านท่าม้า (เป็นที่เลี้ยงม้า)

ทิศเหนือ                   บริเวณบ้านพระหลวง  บ้านหัวดง ( เป็นป่าดงดิบ)

วัดสูงเม่น ในปัจจุบันตั้งอยู่หมู่ที่ 3  ตำบลสูงเม่น  อำเภอสูงเม่น  จังหวัดแพร่มีอาณาเขตดังนี้

ทิศตะวันออก            จดถนนยันตรกิจโกศล

ทิศใต้                     จดซอยและที่ธรณีสงฆ์แปลงที่  3  และถนนลำห้วยแม่มาน

ทิศตะวันตก              จดถนนลำห้วยแม่มาน

ทิศเหนือ                  จดซอยและที่ธรณีสงฆ์แปลงที่  1 , 2   และหมู่บ้าน

หลักฐานการสร้างวัด

  1. วัน   เดือน   ปี    สร้างและผู้สร้างไม่ปรากฏ
  2. ได้รับพระราชทานวิสุงครามสีมา  เมื่อวันที่  18  สิงหาคม  พ.ศ. 2476  ขนาดด้านกว้าง  18  เมตร  ด้านยาว  30   เมตร
  3. มีการดำเนินการผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตเมื่อวันที่  15  พฤษภาคม  พ.ศ.  2477

ประวัติวัดสูงเม่นได้มี  นายพรหมา   กาศมณี   บันทึกไว้อย่างละเอียดถึง  2  ครั้ง

ครั้งที่  1    เมื่อวันที่  30   กันยายน  พ.ศ  2530

ครั้งที่  2    ได้นำความในครั้งที่  1  มาพัฒนาให้สมบูรณ์ขึ้นซึ่งได้พิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ  2539  ในครั้งนี้มีคณะศรัทธาวัดสูงเม่นร่วมด้วยและมีนางเพลินพิศแพพื้นเป็นผู้พิมพ์  มีเนื้อความละเอียดมาก  จากการศึกษา  ค้นคว้ารวบรวมที่ดึงเอาตำนานความเป็นมาในแต่ละเรื่องราวมาได้อย่างลึกซึ้ง และสืบค้นตามรอยหลวงพ่อครูบามหาเถร  จาก

  1. 1.   วัดสวนดอก                       จังหวัดเชียงใหม่
  2. 2. วัดพระสิงห์                         จังหวัดเชียงใหม่
  3. 3. วัดป่าอัมพวัน                       จังหวัดตาก  ( เมืองระแหง )
  4. 4.   วัดศรีชุม                             อำเภอเมืองแพร่  จังหวัดแพร่
  5. 5. วัดพระบาทมิ่งเมือง              อำเภอเมืองแพร่  จังหวัดแพร่
  6. 6. วัดมหาโพธิ์                          อำเภอเมืองแพร่  จังหวัดแพร่
  7. 7. วัดเหมืองหม้อ                      อำเภอเมืองแพร่  จังหวัดแพร่
  8. 8. วัดศรีดอก                            อำเภอสูงเม่น      จังหวัดแพร่
  9. 9. วัดดอนแก้ว                          อำเภอสูงเม่น      จังหวัดแพร่

 

ครั้งที่  3  นางสาววันเพ็ญ  แก้วกัน  ได้ปรับปรุงจากเล่ม ครั้งที่ 2  โดยจัดระบบประวัติหลวงปู่ครูบากัญจน์อรัญญวาสีมหาเถรและนำประวัติการ สร้างวัด  และเสนอ ด้วยรูปภาพเสนาสนะ ภายในวัดสูงเม่น  คราวเอ กระเกษียน อายุราชการ ปี พ.ศ.2548

ครั้งที่ 4 และ 5  ได้ปรับเนื้อหาจากครั้งที่๓โดยนำผลงาน วิทยานิพนธ์ของท่าน พระมหาสุทิตย์         อาภากโร (ปัจจุบัน: พระมหาสุทิตย์ อาภากโร ดร.  ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) ท่านวิจัย เรื่องการจัดการ ความรู้ทางวัฒนธรรมประเพณี ตากธรรม ของวัดสูงเม่น จังหวัดแพร่  งานวิจัยพัฒนา  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ  กระทรวงวัฒนธรรม  ปี 2549   ซึ่งสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแพร่  โดยนายจตุรภัทร อิ่มเพ็ง  ได้นำ งบประมาณ ประจำปี 2552  และ 2556 จัดทำครั้งที่ 4  และ และ ครั้งที่ 5  รูปเล่มและรูปภาพ  จะเปลี่ยนแปลงบ้างตามสภาพ การจัดงานจัดกิกรรม ของวัดสูงเม่น  เพื่อความสมบูรณ์ ของหนังสือ ประวัติวัดสูงเม่น

สำหรับวัดสูงเม่นนั้น ก็เช่นกันถือว่าเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในจังหวัดแพร่มีอายุ ไม่น้อยกว่า 300 ปี ตามตำนานเล่าว่า วัดสูงเม่น หรือ ชื่อในคัมภีร์ธรรม ปรากฏชื่อวัดว่า “วัดสุ่งเม้นแก้วกว้าง”เคยมีพื้นที่กว้างขวาง และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ เจ้าเมือง เจ้าผู้ครองนคร เจ้าราชวงค์ต่าง ๆ ทั้งใน ล้านนา และ   ล้านช้าง ต่างเคยมา นมัสการคัมภีร์ธรรมพระไตรปิฎก  ณ วัดสูงเม่น อีกทั้งวัดแห่งนี้  ยังเคยเป็น ศูนย์กลางในการทำกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา  และเป็น แหล่งการศึกษาเล่าเรียนที่ยิ่งใหญ่ของล้านนา  มีวิชาทั้งทางโลกและทางธรรม ครูบาทั้งหลาย ตลอดถึงบัณฑิต นักปราชญ์ ทั้งบรรพชิต และ คฤหัสถ์ในล้านนาหลายท่าน ในอดีตล้วนแล้วแต่เคยมาศึกษา และ จารอักขระธรรมพระไตรปิฏก  ณ สถานที่แห่งนี้ เพราะมี  เจ้าผู้ครองนครแพร่ และศรัทธาประชาชนให้การอุปถัมภ์อยู่โดยตลอด

นอกจากนี้ วัดสูงเม่น ยังเป็นวัดที่ เจ้าเมืองแพร่ เจ้าผู้ครองนคร  เจ้าราชวงค์อาณาจักรล้านนา และ ล้านช้าง ต่างให้ความ เคารพนับถือ เป็นอย่างมาก เหตุเพราะเป็นแหล่งจัดเก็บคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่ผ่านการทำสังคายนาเป็นจำนวนมาก จากพระมหาเถระผู้เป็นสัพพัญญูแตกฉานในพระไตรปิฏก และ วิปัสสนาญาณระดับขั้นสูง มหาเถระดังกล่าวคือ “ครูบากัญจนอรัญญวาสีมหาเถร” อดีตเจ้าอาวาสวัดสูงเม่น  จนมีตำนานปรากฏ ในธรรมกล่าวว่า วัดสูงเม่น คือ “วัดก๊กวัดเก๊าวัดตุ๊เจ้ามหาเถร” ดังนั้น ถ้ามาเที่ยววัดสูงเม่น  จะต้องไม่ลืมไหว้สา หลวงพ่อครูบามหาเถร ด้วย  ถึงจะกล่าวได้ว่ามาถึงวัดแล้ว เพราะครูบามหาเถร  ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของ วัดสูงเม่น  มาตั้งแต่สมัย เจ้าหลวงอินทรวิชัยราชา เจ้าผู้ครองนครแพร่  ในอดีต  ถึงกับมีเจ้าเมืองในอดีตได้ยกย่องว่า “อยากฮ่ำเฮียนดี  มีความรุ่งเรืองก้าวหน้า หื้อหมั่นไปไหว้สาคัมภีร์ธรรม และ ขอปอนครูบามหาเถรเจ้า ณ วัดสุ่งเม้น เมืองแป้”  จากคำกล่าว ในอดีตที่เล่าสืบต่อกันมานี้  ปัจจุบันจึงมีผู้คนมากราบไหว้คัมภีร์ธรรม ขอพร และ ปิดทอง หลวงพ่อครูบามหาเถร ณ วัดสูงเม่น อย่างมิขาดสาย                 

p3

          เหตุการณ์ประวัติศาสตร์สำคัญอีกครั้งหนึ่งของวัดสูงเม่น  นับเป็นพระมหากรุณาอย่างหาที่สุดมิได้  เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2557 เวลา 09.09 – 10.28 น. นับเป็นวันและช่วงเวลาประวัติศาสตร์ และประทับใจมิรู้ลืมของวัดสูงเม่น และ ประชาชนชาวสูงเม่น  เนื่องด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จมา ณ วัดสูงเม่น เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ได้ทรงเสด็จอัญเชิญคัมภีร์ใบลานพระไตรปิฏกจากหอธัมม์หลังเดิม ขึ้นสู่หอพระไตรปิฏกหลังใหม่ ของวัดสูงเม่น และมีพระราชดำรัสตรัสเกี่ยวกับวัดสูงเม่นว่า  “ขอให้ทางวัด ร่วมกับ ชาวบ้าน  และ ชุมชน อนุรักษ์คัมภีร์ใบลานลักษณะเช่นนี้ต่อไป เพราะทำได้ดีมาก เป็นตัวอย่างที่อื่นได้ เพราะคัมภีร์ใบลานที่นี่มีมาก และ เป็นของมีค่ามาก อยากให้มีการทำเป็นแหล่งเรียนรู้  สอนภาษาล้านนา และ เผยแผ่วิธีการอนุรักษ์ โดยเฉพาะ “ประเพณีตากธัมม์” ไปยังทั้งพระภิกษุ สามเณร และ ประชาชน ได้รู้แล้วเข้าใจ จะได้ช่วยกันอนุรักษ์ไว้เป็นเอกลักษณ์และสมบัติของชาติต่อไป” ด้วยเหตุนี้ ทางวัดสูงเม่น จึงได้จัดทำโครงการ “จัดตั้งสถาบันอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน วัดสูงเม่น  เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”เพื่อเป็นสัญลักษณ์สถาน เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 5 รอบ  60 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2558

Page generated in 0.774 seconds. Stats plugin by www.blog.ca
ข้ามไปยังทูลบาร์